ลองของ
posted on 05 Oct 2008 08:28 by sudsubdah
works คนชอบลอง
ตั้งแต่มาที่ออสเตเรีย สิ่งแรกๆของประชาชนชาวไทยพูดอกมาเสียงเดียวกันว่า ยังไม่ไ่ด้งานเลยยยยยย
ผมก้แบบนั้นแหละ แม่งหลีกเลี่ยงไมไ่ด้จิงๆ ก้ทำเอาเราเครียดชิบหาย ค่าห้องพักก็แดกเงินเราไปเรื่อยๆ 125 (rental ) * 5 (weeks) = 625
คิดดูสิคับ ผมเอาเงินก้อนมาแค่ 2000 จะพอมั้ยถ้าผมต้องพักที่นี่ถึงหกเดือน
คนบางคนใช้เงิน อาิตย์ละ 300 ถึง 400 ผมใช้อาทิตย์ละ 20 เหรียญ
งานแรกที่ผมได้สำหรับการมาทำงานที่ซิดนี่คือ camera man บนเวทีคอนเสิตร์ big body
ซึ่งเป็นการรวมตัวของ วงbig ass และ body slam งานน้ได้มาเพราะ เพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านกลับไปเมืองไทย
งานก็เลยตกมาถึงผม ......คอนเสิตร์นี้จัดที่ lunar park ที่ตั้งอยู่ที่ north sydney ไม่ไกลจากในเมืองมากนัก เราจะต้องไป set up
อุปกรณ์ของเรา ตั้งแต่บ่าย แล้วต้องรอคอนเสิตเริ่มที่ ประมาน 3 ทุ่ม ก็ซัดไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน
หน้าที่ๆทำนั้นไม่ยากอะไร คือผมต้องยืนบนเวทีด้านขวา เพื่อที่จะคอยrecord ภาพ เพื่อฉายเป็น bg ของคอนเสิตร์ แล้วก็เอาภาพนั้น ไปตัดลง
dvd อีกที งานสนุกดีโดยเฉพาะวง body slam เค้าเล่นได้เต็มที่จิงๆ มิน่าเค้าถึงได้มีชื่อเสียงขนาดนี้
ส่วนวง big ass ก็ยังคงเป้นวงที่ผมไม่ชอบต่อไปในใจ เพาะเสียงนักร้องแม่ง สุดแสนจะทุเรด เวลามันร้องออกมา แถมตอนที่วงนี้ต้อง set up
เสียง ผมคิดวนักร้องมันเป้นเด็กยกไฟซะอีก เพราะว่าแม่งอ้วนและสกปรกมาก มึงพยายามจะแต่งตัวให้เซอร์ แต่กูดูไม่ออกนะ
งานนี้เสร็จสิ้นไปเที่ยงคืนนิดๆ ด้วยอากาศที่หนาวมากๆในยามค่ำคืน พวกเราก็กลับบ้านกันด้วยความเมื่อยและกเมื่อย เพราะแบกกล้องกันมา
หลายชั่วโมง พร้อมกับค่าแรงเพียง 100 เท่านั้น
หลังจากนั้น ผมก็ได้งานอีกงานมาเป้นงาน ตัดวีดีโอ ซึ่งงานนี้ออกจะเศร้าๆนิดนึง เพราะว่ามีผู้หยิงไทยมาจ้าง เค้าอยากจะตัดวีดีโอส่งให้แฟน
เค้าที่เป้นคนเกาหลี ที่ต้องกลับไปอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด ในขณะที่ตัวเค้าเองยังคงพักอยู่ที่ซิดนี่ ผู้หญิงคนนี้ผมไม่เคยเจอตัวหรอกครับ เพราะว่า
งานนี้ผมได้รับมาอีกทอดนึง ในตัวงานนี้ ผมได้รับไฟล์รูปภาพที่เค้าเคยอยู๋ด้วยกัน วีดีโอที่เค้าเคยถ่ายด้วยกัน เป้นคู่รักที่ดูดีครับ
งานนี้กินเวลาประมาณหนึ่งเดืนกว่าจะเสร็จ กับค่าตอบแทนเพียง 80 แต่สนุกดีครับ เพราะว่าเนื้องานมันแปลกดีและผมก็ไม่เคยทำด้วย
ทีแรกเข้าใจว่า พ่อแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบผู้หญิงไทยเค้าอยากให้แต่งงานกับคนเกาหลีด้วยกัน ด้วยความสงสารนี้ ทำให้ผมได้ยินข่าวมาว่า
จิงๆแล้วไม่ใช่หรอก ขอให้ใช้คำว่าโดนชิ่งดีกว่า เพราะฝ่ายหญิงโทรไปหาก็ไม่รับ ได้แต่เสียงว่า nonono จากฝ่ายชายเท่านั้น
ฮ่า ๆ แม่งจังไรชิบ ก็ว่ากันไปตามยะถาล่ะครับ
งานที่สาม งานนี้ต้องออกกำลังกายกันเยอะหน่อย เพราะว่า เป้นงานย้ายของจากห้องพักนึงไปห้องพักนึง
ผมได้รับการเรียกจากพี่ที่เอเย่นด้วยเมสเสจ ว่าอยากทำงานย้ายของมัย้ ให้ 50 โอเคทำก็ได้แปลกดี ไม่ยากนี่หว่า ใช้แค่แรง
เริ่มด้วยการได้เบอโทรศัพท์ของคนๆนึง แล้วต้องโทรไปหาเพื่อไปเอาเตียงย้ายไปอีกที่นึงไปอีกที่นึง ก็คือผมต้องลากเตียงนั้นผ่านเมือง
ที่มีคนเดินเยอะแยะมากๆ เสียงที่ลากก็ดังมากเพราะว่ามันเป้นเหล็ก เลยดังตลอดทาง พอเอาไปส่งเรียบร้อย ผมก็ได้รับมอบหมายให้ไปอีกที่ๆ
นึงซึ่งตอนนั้น ผมก็ยังไม่รู้จักเส้นทางดี เลยเดินหลงกันไปชั่วโมงนึง กว่าจะถึง คนท่รอที่นั่นคงเซ็งครับ ฮ่า ๆ คราวนี้ของที่ย้ายไม่ใช่อะไร มันคือ
ตู้เย็นนี่เอง โอ้โห ตู้เย็นนี้เจ้าของกำลังจะกลับประเทศ เลยขายในราคาถูกชิบหาย โอเคย้ายตู้เย็นกัน มีพี่อีกคนนึงคอยช่วย
เพราะพี่คนที่สั่งงานผมเค้าบอกว่า มีพี่คนนึงรออยู่ที่หน้าตึกที่จะไปเอาตู้เย็น เค้าเารถไปด้วย ในใจก็เอ้าสบายแล้วได้รถมาขนของไม่ต้องวิ่ง
ผ่านเมืองอีก พอไปถึงก็ ไอ้เหี้ย!! รถเข็ญที่เอาไว้บรรทุกลัง ตลอด โอเคเป้นไงเป็นกัน
นึกสภาพออกมั้ยครับ ขนาดผมเดินมายังหลง แล้วถ้าผมเดินกลับล่ะ หึหึ ก็พาแม่งอ้อม ไปเลย ไกลชิบหาย ฮ่า ๆ ตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว
เหนื่อยด้วย ย้ายนิดเดียวแต่แม่งแดกเวลาชิบหาย หลังจากที่ย้ายตู้เย็นเสร็จ ผมต้องออกไปย้ายเตียงที่ได้รับการแยกส่วนประมานยี่สิบกว่าชิ้น
วัสดุที่ถูกทำด้วยเหล็ก สรุปด้วยคำว่า หนักชิบหาย เพราะต้องย้ายหลายรอบมากๆ ประกอบกับต้องแอบย้ายเพราะว่า ถ้าย้ายหลังทุ่มนึงมันจะ
ทำการปรับห้าร้อยเหรียญ คุณพ่อคุณสิครับ ออสเตเรีย หลังจากที่ขนย้ายกันเรียบร้อยแล้ว ก็เกือบสามทุ่มแล้ว แขนนี้โคตรจะปวด
อยากจะกลับบ้านแล้ว แต่ภาระกิจต่อไปคือกาเอาเหล็กที่มึงยกมาเนี่ย ประกอบให้เป็นรูปเดิมซะ อ้าวชิบหาย กุยังไม่เคยเห็หน้าตาเดิมของมันเลย
กูจะประกอบเป้นมั้ยว่ะ โว้ ถ้าประกอบเนี่ย ผมคงต้องซัดไปถึงตีหนึ่ง แล้วจะคุ้มมั้ย เพราะผมได้ 50 ชิบเป๋ง ผมก้เลยบอกพี่เค้าว่าพี่ ผมจะกลับ
แล้ว พี่เค้าคงงงอ่ะครับ แต่ช่างแม่ง เจอกันทีเดียว เอาตังกรูมา กรูจากลับแล้ว อิอิ
หลังจากลองการแบกหามแล้วก็ได้รู้สมใจล่ะครับ งานตอไปที่ทำคือ การ drop menu การdrop menu นั้น ไม่ยากแต่ต้องใช้แค่เวลาเท่านั้น
เป้นงานที่ผมชอบมากและทำมันทุกอาทิตย์ๆ สบายๆ เดินไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปด้วย กลับบ้ายยังได้ตัง แล้วก็ได้ ข้าวกล่องไปกินด้วย
งานนี้ใช้เวลาไม่เกิน 4ชม, สำหรับการแจก 1000 ใบ เพื่อแลกกับเงิน $60 ดีรับ งานนี้เจ้าของร้านที่ให้ผมทำ เค้าจะขับรถไปส่งจุดหมายแล้วให้
ผมเดินแจกกลับไปทางร้าน ครั้งแรกนี่ลำบากหน่อยเพราะหนาวมากและก็มืดมาก ไฟตามถนนไม่มีเลย คนก้ไม่มี ไปไหนกันหมด
ดีที่ให้แผนที่มา ไม่งั้นหลงแน่ แต่หลังจากครั้งนี้แผนที่ไม่มีแล้วครับ สถานที่ก้แปลกออกไปเรื่อยๆ ไกลขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังดีเพราะมันง่ายสำหรับ
การนำเงินที่หามาจ่ายค่าที่พักของเรา
งานอีกงานที่ผมทำแล้วก็ชอบ ชอบเพราะคนที่ทำด้วยสนุก ตลก งานนี้คืองานล้างจาน ที่ใครๆพูดกันว่ามาล้างจานสิ รวย
รวยห่าไร แม่งใครบอกว่า ทำจนเกือบเสียชีวิต ได้ 50 เพราะงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะซะเหลือเกิน เริ่มต้นการไปเหียบร้านด้วย
การล้างจานจากมื้อกลางวัน ที่ทางร้านใจดีทิ้งไว้ให้ล้าง แถมด้วยการล้างหม้อจากเชฟที่ต้องเตรียมแกง เพื่อจะขายในตอนเย็น
ต่อด้วยการแช่เส้นผัดไทยเป้นจำนวนสองห่อทุกวัน แล้วต้องเอาเส้นที่แช่จากตอนกลางวันขึ้นด้วย ต่อด้วยการแช่วุ้นเส้น
พอสี่โมงครึ่งก็ต้องหุงข้าวหนึ่งหม้อเป้นพิธี หลังจากนั้นก็ต้องเอากุ้งที่แช่เพื่อละลายน้ำแข็งมาผ่าหลัง เป้นจำนวนหนึ่งหม้อใหญ่ๆ
ตามด้วยการปุั่นแครอท เป็นจำนวนหนึ่งตระกร้า พอเสร็จต้องล้างน้ำแล้วเอาไปตากด้นนอกร้าน ต่อด้วยการคั้นน้ำมะนาว
เป็นจำนวนหนึ่งตระกร้า พอห้าโมงสินาที ต้องทำการหุงข้าวอีกหนึ่งหม้อ เป้นการเรียกลูกค้า จิงๆแล้วร้านยังไม่เปิดทำการ
พอหุงเสร็จเราจะทำการกินข้าวก่อนที่ร้านจะเปิด บางวันอาหารที่ทำก็อร่อย แต่ส่วนมากจะเลว ก็กินได้ไม่มีปัญหา
หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ต้องล้านจานข้าวที่พวกคนในร้านกินกัน แล้วเอามาวางกองกันไว้ด้วยความเข้าใจ หลังจากนั้นก็ต้องเสียบหมูสะเตะ เป็น
ร้อยๆไม้ หนึงไม้มีสามชิ้นคิดดู เยอะชอบหาย บางวันนี้กินเวลาไปถึงสมทุ่มเพราะว่าเราเสียบในขณะที่ร้านเปิดแล้ว แล้วคนเสือกเยอะ
เราต้องเสียบไปด้วยล้างจานไปด้วย ต้องไปหยิบของที่เค้าสั่งทั้งคืนถ้าของบริเวณครัวหมด กวาง ไอเอานี่หน่อย วันละสิบๆ รอบ
ในนขระที่เราต้องดูแลหม้อข้าวทังสามหม้อไม่ให้หมด หมแล้วต้องหุงใหม่ เอาหม้อเก่าล้าง ทำแบบนี้ทั้งคืน ถาผักหมด ผมก็ต้องหั่นเติม
แล้วจานก้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆๆๆ เพราะว่าหั่นผักอยู๋ พอเสร็จก็ต้องคอยตักข้าวใส่กล่อง take away ตลอดคืน บางทีกล่องหมดก็ต้องไปเอามาให้
ผักหมดต้องคอยเติม ขาดไม่ได้ เพราะคนในครัวเค้าใช้ผมได้แค่คนเดียว ผมมันเป็นตัวพิเศษครับ ทำได้หมด บางวันผัดไม่ทันก็ต้องเข้าไปคอย
ช่วยผัด แค่คนๆกับยกกระทะ เพราะเครื่องปรุงเชฟจัดการให้ ร้านปิดเกือบสี่ทุ่ม หม้อเต็มซิ้ง จานด้วย ช้อนด้วย เยอะมั้ยครับ
กว่าจะเสร็จก็สี่ทุ่มครึ่งแล้วนั่งรถไฟกลับถึงบ้าก็ห้าทุ่มครึ่งพอดี สบายใจ งานนี้ผมทำสองวัน ได้มา 120 บวกค่าdrop menu 50
เป้น 170 ก็พออยู๋ได้คับ เห็นมั้ยคับ ทุกอย่างที่นี่ถูกบังคับด้วยตัวเลขทั้งนั้น คนไทยที่นี่ก็เป็นเหมือนกันหมด
labour man กรรมกรตัวจริงมาแล้ว งานนี้เงินดีมากครับ เค้าให้ชั่วโมงละ 15 ด้วยการทำลายตึก ทุบกระจก เลาะฝ้า เลาะบัว
ทุกอย่างที่เป้นไม้ แต่งานนี้อันตรายมาก ไม่ปลอดภัยที่สุด เราแบกทุกอย่างที่เป้นไม้ขึ้นรถบรรทุก ออกเดินทางตั้งแต่หกโมงเช้าเสร็จงานก็ห้า
โมงเย็น ได้พักครึ่งชั่วโมงกินข้าวที่เราเตรียมไปกินเอง ข้าวก็แห้งๆ แข็งๆ กินไม่ค่อยได้หรอก แต่ก็ต้องทนครับ เพาะอยากลองจิงๆ