ลองของ

posted on 05 Oct 2008 08:28 by sudsubdah

 

works คนชอบลอง

 

ตั้งแต่มาที่ออสเตเรีย สิ่งแรกๆของประชาชนชาวไทยพูดอกมาเสียงเดียวกันว่า ยังไม่ไ่ด้งานเลยยยยยย

 

ผมก้แบบนั้นแหละ แม่งหลีกเลี่ยงไมไ่ด้จิงๆ ก้ทำเอาเราเครียดชิบหาย ค่าห้องพักก็แดกเงินเราไปเรื่อยๆ 125 (rental ) * 5 (weeks) = 625

 

คิดดูสิคับ ผมเอาเงินก้อนมาแค่ 2000 จะพอมั้ยถ้าผมต้องพักที่นี่ถึงหกเดือน 

 

คนบางคนใช้เงิน อาิตย์ละ 300 ถึง 400 ผมใช้อาทิตย์ละ 20  เหรียญ 

 

งานแรกที่ผมได้สำหรับการมาทำงานที่ซิดนี่คือ camera man  บนเวทีคอนเสิตร์ big body 

 

ซึ่งเป็นการรวมตัวของ วงbig ass และ body  slam  งานน้ได้มาเพราะ เพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านกลับไปเมืองไทย 

 

งานก็เลยตกมาถึงผม ......คอนเสิตร์นี้จัดที่  lunar park ที่ตั้งอยู่ที่ north sydney ไม่ไกลจากในเมืองมากนัก เราจะต้องไป set up 

 

อุปกรณ์ของเรา ตั้งแต่บ่าย แล้วต้องรอคอนเสิตเริ่มที่ ประมาน 3 ทุ่ม ก็ซัดไปหลายชั่วโมงเหมือนกัน 

 

หน้าที่ๆทำนั้นไม่ยากอะไร คือผมต้องยืนบนเวทีด้านขวา เพื่อที่จะคอยrecord ภาพ เพื่อฉายเป็น bg ของคอนเสิตร์ แล้วก็เอาภาพนั้น ไปตัดลง 

 

dvd อีกที  งานสนุกดีโดยเฉพาะวง body  slam เค้าเล่นได้เต็มที่จิงๆ มิน่าเค้าถึงได้มีชื่อเสียงขนาดนี้

 

ส่วนวง big ass ก็ยังคงเป้นวงที่ผมไม่ชอบต่อไปในใจ เพาะเสียงนักร้องแม่ง สุดแสนจะทุเรด เวลามันร้องออกมา แถมตอนที่วงนี้ต้อง set up 

 

เสียง ผมคิดวนักร้องมันเป้นเด็กยกไฟซะอีก เพราะว่าแม่งอ้วนและสกปรกมาก มึงพยายามจะแต่งตัวให้เซอร์ แต่กูดูไม่ออกนะ

 

งานนี้เสร็จสิ้นไปเที่ยงคืนนิดๆ ด้วยอากาศที่หนาวมากๆในยามค่ำคืน  พวกเราก็กลับบ้านกันด้วยความเมื่อยและกเมื่อย เพราะแบกกล้องกันมา

 

หลายชั่วโมง พร้อมกับค่าแรงเพียง 100 เท่านั้น  

 

หลังจากนั้น ผมก็ได้งานอีกงานมาเป้นงาน ตัดวีดีโอ  ซึ่งงานนี้ออกจะเศร้าๆนิดนึง  เพราะว่ามีผู้หยิงไทยมาจ้าง เค้าอยากจะตัดวีดีโอส่งให้แฟน

 

เค้าที่เป้นคนเกาหลี ที่ต้องกลับไปอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด ในขณะที่ตัวเค้าเองยังคงพักอยู่ที่ซิดนี่  ผู้หญิงคนนี้ผมไม่เคยเจอตัวหรอกครับ เพราะว่า

 

งานนี้ผมได้รับมาอีกทอดนึง ในตัวงานนี้ ผมได้รับไฟล์รูปภาพที่เค้าเคยอยู๋ด้วยกัน วีดีโอที่เค้าเคยถ่ายด้วยกัน  เป้นคู่รักที่ดูดีครับ

 

งานนี้กินเวลาประมาณหนึ่งเดืนกว่าจะเสร็จ กับค่าตอบแทนเพียง 80  แต่สนุกดีครับ เพราะว่าเนื้องานมันแปลกดีและผมก็ไม่เคยทำด้วย

 

ทีแรกเข้าใจว่า พ่อแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบผู้หญิงไทยเค้าอยากให้แต่งงานกับคนเกาหลีด้วยกัน ด้วยความสงสารนี้ ทำให้ผมได้ยินข่าวมาว่า

 

จิงๆแล้วไม่ใช่หรอก ขอให้ใช้คำว่าโดนชิ่งดีกว่า เพราะฝ่ายหญิงโทรไปหาก็ไม่รับ ได้แต่เสียงว่า nonono จากฝ่ายชายเท่านั้น 

 

ฮ่า ๆ แม่งจังไรชิบ  ก็ว่ากันไปตามยะถาล่ะครับ 

 

งานที่สาม งานนี้ต้องออกกำลังกายกันเยอะหน่อย เพราะว่า เป้นงานย้ายของจากห้องพักนึงไปห้องพักนึง 

 

ผมได้รับการเรียกจากพี่ที่เอเย่นด้วยเมสเสจ ว่าอยากทำงานย้ายของมัย้ ให้ 50 โอเคทำก็ได้แปลกดี ไม่ยากนี่หว่า ใช้แค่แรง

 

เริ่มด้วยการได้เบอโทรศัพท์ของคนๆนึง แล้วต้องโทรไปหาเพื่อไปเอาเตียงย้ายไปอีกที่นึงไปอีกที่นึง ก็คือผมต้องลากเตียงนั้นผ่านเมือง

 

ที่มีคนเดินเยอะแยะมากๆ เสียงที่ลากก็ดังมากเพราะว่ามันเป้นเหล็ก เลยดังตลอดทาง  พอเอาไปส่งเรียบร้อย ผมก็ได้รับมอบหมายให้ไปอีกที่ๆ

 

นึงซึ่งตอนนั้น ผมก็ยังไม่รู้จักเส้นทางดี เลยเดินหลงกันไปชั่วโมงนึง กว่าจะถึง คนท่รอที่นั่นคงเซ็งครับ ฮ่า ๆ คราวนี้ของที่ย้ายไม่ใช่อะไร มันคือ

 

ตู้เย็นนี่เอง  โอ้โห ตู้เย็นนี้เจ้าของกำลังจะกลับประเทศ เลยขายในราคาถูกชิบหาย โอเคย้ายตู้เย็นกัน มีพี่อีกคนนึงคอยช่วย 

 

เพราะพี่คนที่สั่งงานผมเค้าบอกว่า มีพี่คนนึงรออยู่ที่หน้าตึกที่จะไปเอาตู้เย็น เค้าเารถไปด้วย ในใจก็เอ้าสบายแล้วได้รถมาขนของไม่ต้องวิ่ง

 

ผ่านเมืองอีก พอไปถึงก็ ไอ้เหี้ย!! รถเข็ญที่เอาไว้บรรทุกลัง ตลอด โอเคเป้นไงเป็นกัน 

 

นึกสภาพออกมั้ยครับ ขนาดผมเดินมายังหลง แล้วถ้าผมเดินกลับล่ะ หึหึ ก็พาแม่งอ้อม ไปเลย ไกลชิบหาย ฮ่า ๆ ตอนนี้พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว 

 

เหนื่อยด้วย ย้ายนิดเดียวแต่แม่งแดกเวลาชิบหาย หลังจากที่ย้ายตู้เย็นเสร็จ ผมต้องออกไปย้ายเตียงที่ได้รับการแยกส่วนประมานยี่สิบกว่าชิ้น

 

วัสดุที่ถูกทำด้วยเหล็ก สรุปด้วยคำว่า หนักชิบหาย เพราะต้องย้ายหลายรอบมากๆ ประกอบกับต้องแอบย้ายเพราะว่า ถ้าย้ายหลังทุ่มนึงมันจะ

 

ทำการปรับห้าร้อยเหรียญ คุณพ่อคุณสิครับ ออสเตเรีย  หลังจากที่ขนย้ายกันเรียบร้อยแล้ว  ก็เกือบสามทุ่มแล้ว แขนนี้โคตรจะปวด

 

อยากจะกลับบ้านแล้ว แต่ภาระกิจต่อไปคือกาเอาเหล็กที่มึงยกมาเนี่ย ประกอบให้เป็นรูปเดิมซะ อ้าวชิบหาย กุยังไม่เคยเห็หน้าตาเดิมของมันเลย 

 

กูจะประกอบเป้นมั้ยว่ะ  โว้ ถ้าประกอบเนี่ย ผมคงต้องซัดไปถึงตีหนึ่ง แล้วจะคุ้มมั้ย เพราะผมได้ 50 ชิบเป๋ง ผมก้เลยบอกพี่เค้าว่าพี่ ผมจะกลับ

 

แล้ว พี่เค้าคงงงอ่ะครับ แต่ช่างแม่ง เจอกันทีเดียว เอาตังกรูมา กรูจากลับแล้ว อิอิ 

 

หลังจากลองการแบกหามแล้วก็ได้รู้สมใจล่ะครับ  งานตอไปที่ทำคือ การ drop menu  การdrop menu นั้น ไม่ยากแต่ต้องใช้แค่เวลาเท่านั้น

 

เป้นงานที่ผมชอบมากและทำมันทุกอาทิตย์ๆ สบายๆ เดินไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปด้วย กลับบ้ายยังได้ตัง แล้วก็ได้ ข้าวกล่องไปกินด้วย

 

งานนี้ใช้เวลาไม่เกิน 4ชม, สำหรับการแจก 1000 ใบ เพื่อแลกกับเงิน $60  ดีรับ งานนี้เจ้าของร้านที่ให้ผมทำ เค้าจะขับรถไปส่งจุดหมายแล้วให้

 

ผมเดินแจกกลับไปทางร้าน ครั้งแรกนี่ลำบากหน่อยเพราะหนาวมากและก็มืดมาก ไฟตามถนนไม่มีเลย คนก้ไม่มี ไปไหนกันหมด 

 

ดีที่ให้แผนที่มา ไม่งั้นหลงแน่ แต่หลังจากครั้งนี้แผนที่ไม่มีแล้วครับ สถานที่ก้แปลกออกไปเรื่อยๆ ไกลขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังดีเพราะมันง่ายสำหรับ

 

การนำเงินที่หามาจ่ายค่าที่พักของเรา

 

 

งานอีกงานที่ผมทำแล้วก็ชอบ ชอบเพราะคนที่ทำด้วยสนุก ตลก งานนี้คืองานล้างจาน ที่ใครๆพูดกันว่ามาล้างจานสิ รวย 

 

รวยห่าไร แม่งใครบอกว่า ทำจนเกือบเสียชีวิต ได้ 50  เพราะงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะซะเหลือเกิน เริ่มต้นการไปเหียบร้านด้วย

 

การล้างจานจากมื้อกลางวัน ที่ทางร้านใจดีทิ้งไว้ให้ล้าง แถมด้วยการล้างหม้อจากเชฟที่ต้องเตรียมแกง เพื่อจะขายในตอนเย็น

 

ต่อด้วยการแช่เส้นผัดไทยเป้นจำนวนสองห่อทุกวัน แล้วต้องเอาเส้นที่แช่จากตอนกลางวันขึ้นด้วย  ต่อด้วยการแช่วุ้นเส้น

 

พอสี่โมงครึ่งก็ต้องหุงข้าวหนึ่งหม้อเป้นพิธี หลังจากนั้นก็ต้องเอากุ้งที่แช่เพื่อละลายน้ำแข็งมาผ่าหลัง เป้นจำนวนหนึ่งหม้อใหญ่ๆ 

 

ตามด้วยการปุั่นแครอท  เป็นจำนวนหนึ่งตระกร้า พอเสร็จต้องล้างน้ำแล้วเอาไปตากด้นนอกร้าน ต่อด้วยการคั้นน้ำมะนาว

 

เป็นจำนวนหนึ่งตระกร้า พอห้าโมงสินาที ต้องทำการหุงข้าวอีกหนึ่งหม้อ เป้นการเรียกลูกค้า จิงๆแล้วร้านยังไม่เปิดทำการ

 

พอหุงเสร็จเราจะทำการกินข้าวก่อนที่ร้านจะเปิด บางวันอาหารที่ทำก็อร่อย แต่ส่วนมากจะเลว ก็กินได้ไม่มีปัญหา 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็ต้องล้านจานข้าวที่พวกคนในร้านกินกัน แล้วเอามาวางกองกันไว้ด้วยความเข้าใจ  หลังจากนั้นก็ต้องเสียบหมูสะเตะ เป็น

 

ร้อยๆไม้ หนึงไม้มีสามชิ้นคิดดู เยอะชอบหาย บางวันนี้กินเวลาไปถึงสมทุ่มเพราะว่าเราเสียบในขณะที่ร้านเปิดแล้ว แล้วคนเสือกเยอะ

 

เราต้องเสียบไปด้วยล้างจานไปด้วย ต้องไปหยิบของที่เค้าสั่งทั้งคืนถ้าของบริเวณครัวหมด กวาง ไอเอานี่หน่อย วันละสิบๆ รอบ 

 

ในนขระที่เราต้องดูแลหม้อข้าวทังสามหม้อไม่ให้หมด หมแล้วต้องหุงใหม่ เอาหม้อเก่าล้าง ทำแบบนี้ทั้งคืน ถาผักหมด ผมก็ต้องหั่นเติม

 

 แล้วจานก้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆๆๆ เพราะว่าหั่นผักอยู๋ พอเสร็จก็ต้องคอยตักข้าวใส่กล่อง take away ตลอดคืน บางทีกล่องหมดก็ต้องไปเอามาให้

 

ผักหมดต้องคอยเติม  ขาดไม่ได้ เพราะคนในครัวเค้าใช้ผมได้แค่คนเดียว ผมมันเป็นตัวพิเศษครับ ทำได้หมด บางวันผัดไม่ทันก็ต้องเข้าไปคอย

 

ช่วยผัด  แค่คนๆกับยกกระทะ เพราะเครื่องปรุงเชฟจัดการให้ ร้านปิดเกือบสี่ทุ่ม หม้อเต็มซิ้ง จานด้วย ช้อนด้วย เยอะมั้ยครับ 

 

กว่าจะเสร็จก็สี่ทุ่มครึ่งแล้วนั่งรถไฟกลับถึงบ้าก็ห้าทุ่มครึ่งพอดี สบายใจ งานนี้ผมทำสองวัน ได้มา 120 บวกค่าdrop menu 50 

 

เป้น 170 ก็พออยู๋ได้คับ  เห็นมั้ยคับ ทุกอย่างที่นี่ถูกบังคับด้วยตัวเลขทั้งนั้น คนไทยที่นี่ก็เป็นเหมือนกันหมด 

 

labour man กรรมกรตัวจริงมาแล้ว  งานนี้เงินดีมากครับ เค้าให้ชั่วโมงละ 15 ด้วยการทำลายตึก ทุบกระจก เลาะฝ้า เลาะบัว

 

ทุกอย่างที่เป้นไม้ แต่งานนี้อันตรายมาก ไม่ปลอดภัยที่สุด  เราแบกทุกอย่างที่เป้นไม้ขึ้นรถบรรทุก ออกเดินทางตั้งแต่หกโมงเช้าเสร็จงานก็ห้า

 

โมงเย็น ได้พักครึ่งชั่วโมงกินข้าวที่เราเตรียมไปกินเอง ข้าวก็แห้งๆ แข็งๆ กินไม่ค่อยได้หรอก แต่ก็ต้องทนครับ เพาะอยากลองจิงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

ซืด shit นี่ สอง

posted on 23 Sep 2008 22:29 by sudsubdah

 

sydney 2  

 

คนไทยกำหมัด (สู้) แต่กรูโกรธ

 

ผมมาที่นี่พร้อมกับความคิดที่เหมือนกับคนไทยหลายๆคน ไม่แปลกหรอกครับที่เราคิดจะมาหาเงินขุดทองอยู่ที่นี่  

 

ผมยอมรับว่า ผมมาผิดที่ผิดทางจิงๆ มาในหน้าหนาว หน้าที่หางานแทบจะไม่ได้ในฤดูนี้ หนาวจนไม่อยากออกไปไหน

 

มาอยู๋ที่นี่แทบจะไม่ค่อยมีความสุขอะไร ถ้าหากว่าเราไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย 

 

ชีวิตความเป้นอยู่ที่นี่เหมือนกับอยู๋เมืองไทยเลยครับ ไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย 

 

เพราะว่า เรามีร้านขายอาหารไทย มีน้ำพริกให้ซื้อกิน  มีหนังdvd แผ่นปลอมขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง 

 

มีคนพูดภาษาไทยเต็มเมือง ไม่อยากที่จะแก้เหงาเวลาคิดถึงเมืองไทย  เพียงแค่ออกไปยืนกลางถนนแล้วหลับตา  ก็ถึงแล้วคับ

 

ตอนผมมาที่นี่วันแรก ผมหลงทาง เพราะว่าเพื่อนผมคนที่อยุ่ที่นี่เค้าเขียนบ้านเลขที่มาให้ผิด 

 

ผมก็หาไม่ยากครับ แค่พูดภาษาไทยแล้วก็ถาม ระหว่างที่ผมถามผมยืนอยู่หน้าร้าน ชาติไทย 

 

ในฝั่งตรงกันข้ามกับร้านชาติไทย ก็จะเป็นร้าน ณ บางกอก บริเวณนี้ร้านไทยอยู่ติดกันเยอะมากครับ ร้านแม่เช็ง ร้านเพื่อน 

 

ดีดีไทย เยอะเลย .......................(แล้วผมจะมาทำส้นตึกไมวะ) 

 

apartment 

 

คนไทยส่วนใหญ่ที่เพิ่งมาอาจจะยังไม่คุ้นกับระบบการเช่าห้องของที่นี่ เพราะว่า ที่นี่จะจ่ายค่าเชาห้องเป้นสัปดาห์ 

 

แล้วแต่เจ้าของบ้านครับ ว่าจะให้เราเช่าราคาเท่าไหร่ ของผมนี่จะเสียค่าเช่าสัปดาห์ละ 125  aud 

 

บ้านจะเป้นสองชั้นสองห้องนอน สองห้องน้ำ มีครัว มีliving room ตอนมาแรกๆ ผมได้มาอยู่กับเพื่อนสเปนแล้วก็ญี่ปุ่น

 

แล้วก็คนไทย ใรห้องผมมีทั้งหมดสี่คน มีห้องน้ำในตัว ห้องจะไม่ใหญ่มาก เป็น bunk bed ที่เจ้าของบ้านซื้อมาไว้เอง

 

ส่วนห้องข้างล่างเป็นคนไทยสองคน ห้อง living room ที่เอาฉากมากั้นเองเป็นสองห้อง อยู่กันสามคน 

 

เอ่อ ตอนนี้อยู่กันกี่คนแล้วคับ นับให้ผมที..........

 

อยู่ตอนแรกๆ ผมได้คุยกับเพื่อนโดนใช้ภาษาอังกิดทุกวัน แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ใช้แล้วครับ

 

เพราะว่าอะไรผมจะค่อยๆเล่าตามเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ

 

food 

 

อาหารการกินที่นี่ก็ที่เกริ่นไป ไม่ยากครับ รูปแบบอาจจะถูกแบ่งออกกันไปตามฐานะของแต่ละคน และแต่ละท่าน

 

สำหรับคนแบบผมนี่ เราจะไปซื้อของสดที่ตลาด paddy market ในวันอาทิตย์ที่ไม่ไกลจากที่บ้านเท่าไหร่  

 

ราคาตลาดวันธรรมดากับวันอาทิตย์จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  วันอาทิตบ์ตอน5โมงเย็น ราคาจะถูกมากจนไม่น่าเชื่อ แทบจะทุกอย่าง

 

ราคา 1 aud เท่านั้น  ผักราคาปกติจะราคา กำละ $1 แต่ว่าเย็นอาทิตย์นี่มันจะลด เป้นสามกำหรือ 1 ถาดใหญ่ๆ ในราคา $1

 

ผลไม้จากปกติจะขายเป็น กิโลกรัม แต่ตอนนี้มันขายเป้น ตระกร้าละ $1 ชมเชยกันไปได้ครับทั้งอาทิตย์สำหรับผลไม้ 

 

หลังจากที่เราได้วัติถุดิบมาแล้ว เราจะทำกับข้าวกินกัน ในรูปแบบตัวใครตัวมัน จนถึงสี่ทุ่มซึ่งเป้นเวลาที่ห้ามทำการปรุงแต่งอาหาร 

 

สิ่งที่้เราจะต้องมีที่นี่คือ ข้าวสาร  ที่ขายเป้นแบบ 5 kg 10 kg  อันนี้แล้วแต่ยี่ห้อ 

 

ผมกับเพื่อนจะซื้อแชร์กันสามถึงสี่คน มากินด้วยกัน 

 

ที่นี่เรามีไก่ woolworth ที่ขายในราคาที่ถูกลงครึ่งนึง ในตอนเกือบเที่ยงคืน จากปกติไก่ตัวละ 10 จะลดลงมาเหลือ 5 นิดๆ 

 

ถ้าเราไปเร็วก็จะยังไม่ลดราคา ถ้ราเราไปช้าก็หมด 

 

ร้านชำต่างๆ ที่ผมซื้อบ่อยที่สุดก็คือ ร้าน coles ที่ อยู่ใกล้บ้านมากที่สุดแล้วยังถูกที่สุด สินค้าที่นี่จะเหมือนกับ macro บ้านเรา 

 

ที่จะคอยมียี่ห้อตัวเองวางใกล้ๆกับสินค้าประเภทอื่น  ซึ่งผมก็ซื้อเป้นประจำครับ เพราะว่าถูกกว่าเยอะมากๆ 

 

ส่วน woolworth จะอยู๋ไกลบ้านหน่อย แต่สาวๆเยอะมากๆๆๆๆๆๆ ก็เลือกเอาครับว่าเอาแบบไหน 

 

 

ห้องน้ำ toilet ห้องครัว kitchen room  ห้องซักผ้า washing room

 

ห้องน้ำของเรา เป็นห้องน้ำ สำหรับชายทั้งห้าคน

 

อย่างแรกที่คุณควรจะมีสำหรับห้องน้ำใน apartment นี้ก็คือ กระดาษทิชชู่ 

 

เราจะต้องมีทิชชู๋ เก็บกันไว้ คนละม้วนเผื่อสำหรับการทำคามสะอาดอวัยวะของเราเอง เหมือนทหารล่ะคับ ที่จะรบต้องถือปืน 

 

เราขี้ต้องพกกระดาษ  แล้วอยู๋กันหลายคนขนาดนี้ กระดาษจะเยอะมั้ยครับ ลองคิดดู  

 

ห้องครัว  เราใช้ห้องครัวในการทำอาหารรับประทานกันวันละสองถึงสามครั้ง ถ้าทำงานก็จะไมไ่ด้กลับมาทำกับข้าวในตอนเย็น

 

ห้องครัว้หลังจากที่เราทำกับข้าวเสร็จ เราก้จะต้องทำความสะอาดให้เหมือนกับเราเพิ่งซื้อครัวนี้มาใหม่ 

 

วางของให้ถูกที่ วางให้ชัดเจน เคลียเศษอาหาร ที่เราทำสกปรกให้เรียบร้อย 

 

ไม่งั้นงานเข้าครับ ...........

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ซิด shit นี่

posted on 23 Sep 2008 22:09 by sudsubdah

ไม่ได้เขียนเรื่องสั้นมานานแล้ว  เพราะว่าตอนนี้มาอยู่ซิดนี่ได้จะสี่เดือนแล้ว 

และก็ไม่มีโอกาสที่จะไดด้เข้าไปอ่านบล็อกของคนอื่นเลย มานี่ไม่ได้ทำอะไรเป้นชิ้นเป็นอันเลยซักกะอย่าง

เพลง เรื่องสั้น  พลอตหนัง  งาน3d 

สิ่งที่คิดตอนอยู่เมืองไทยว่าจะมาทำที่นี่ ทุกอย่าง ไม่ได้ทำเลย

 

วันนี้เป็นวันเสาร์ ที่ เท่าไหร่จำไม่ได้ ผม restart ชีวิตใหม่ ด้วยการตื่นเช้า มานั่งดูหนังเรื่อง friendship 

ที่มีตัวเอก mario และ น้องสายป่าน ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูแล้วทุนสร้างไม่ได้เยอะมากมาย

ไม่ได้มีการตัดต่อที่วิเศษ หรือภาพที่สวยมากมายอะไรนักหนา

หนังเรื่องนี้ถ้าจะให้เดา ผู้กำกับน่าจะมีอายุที่เกินผมไม่มากนัก เพราะว่าช่วงเวลาในหนังมันเป้นเวลาเดียวกับที่ผมเรียนประถม หรือมัธยม เฟรนชิบ เรื่องราวที่เล่าเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน  แต่จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ เนื้อหาที่ค่อนข้างดี ไม่ดูถูกคนดู 

หนังพยายามจะไม่บอกอะไรมากนัก จนกระทั่งในตอนท้ายของภาพยนตร์จะบอกเราเอง   

 

คงงงล่ะสิว่าทำไมอยู๋ๆ ผมเขียนแล้วพูดถึงหนังเรื่องนี้ แล้วผมหามันมาดูได้ไง

ไม่ยากหรอกคับ ถ้าหากว่าคุณเป้นคนไทยในซิดนี่ เพราะคนไทยที่นี่พยายามจะเปลี่ยนที่นี่ให้เป้นเมืองไทย

หนัง dvd หาง่ายกว่าบ้านเราอีกครับ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่แผ่นแท้แค่นั้นเอง

แถมยังมีรายการต่างๆ เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะตี10  ชิงร้อยชิงล้าน ไม่สิตอนนี้เค้าเปลี่ยนเป็น twenty century tuck 

รายการ กบนอกกะลา  ชิงช้าสวรรค์ ผู้กองเจ้าเสน่ห์  โอ้ย คือเราจะไม่พลาดรายการพวกนี้เหมือนตอนอยู๋เมืองไทย

คนที่นี่จะไปซื้อรายการพวกนี้กันทุกอาทิตย์ ผมมีโอกาสได้เข้าไปดูร้านขายแผ่น ซึ่งโอเคครับ ไม่น่าสงสัยอะไรถ้าคนขายจะเป็นคนใต้เพียงแต่เค้าเป้นผู้หญิง ช่วงที่ผมยืนรอเพื่อนๆซื้อหนังอยู๋นั้น ก็มีคนเดินผลัดเปลี่ยนกันมาซื้อหนังมากมาย

รวยคับ เจ้าของร้านนี้ หนังร้านนี้เค้าจะขายอยู่ที่ 2.5 aud ถ้าเป้นรายการก็จะอยู่ที่ 80 cent ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชั่น เลยถูกหน่อย  หนังมีทุกประเภท ยิ่งซีรี่เกาหลี ก็ไม่พลาดครับ มีเหมือนกัน ระบบของร้านที่นี่คือ การรับส่งข้อมูลภาพยนต์จากเมืองไทยไปฝากไว้ในเวบที่ฝากไฟล์ได้ แล้วคนที่นี่จะจัดการนำมันมาผ่านกระบวนการจนถึงการนำแผ่นมาส่งที่ร้านเพื่อขายต่อ

 

ไม่ยากใช่มั้ยที่จะอยู๋ที่นี่ 

 

ไม่แปลกใจใช่มั้ยว่าทำไมคนไทยที่มาอยู่ที่นี่นานถึงสองปีจะไม่เก่งภาษาเลย บางคนพูดไม่ได้เลย ลงเรียนภาษาแต่ไม่เคยไปเรียน เพราะว่าพวกเค้าอยากมาทำงานเพื่อเก็บเงินเท่านั้น  ดังนั้นถ้าลองเข้าไปดูในเว็บน้าตุ๋ยเราจะเห็นลงประกาสว่า

 

หาคนเรียนแทน หรือ รับเรียนแทน

หรือ รับทำรายงานโดยมืออาชีพ

 

งงมั้ย กับความคิดของคนไทยที่นี่  ผมก็งงนะ 

 

ตนไทยที่นี่หลายคนไม่กล้าไปทำงานร้านฝรั่ง ทำไมน่ะเหรอ ผมเคยถามเค้าทั้งๆที่เค้าอยู่มาสองปีกว่า 

เค้าบอกว่าเค้ากลัวที่จะทำงานกับคนต่างชาติ ผมก็ เอ่อ  พวกคุณมึงมา ออสเตเรีย แล้วๆๆ แล้วไง 

ร้านไทยเท่านั้นที่พวกเค้าทำกันทุกวัน บางคนได้ 50 บางคนได้ 60  เก่งหรือเป้นเชพก้สบายไป 

หรือถ้ามีรถ ก็รับงานส่ง home ไปเลย  รวยหน่อย

ที่นี่มีเงิน  800 ก็ซื้อรถมาเฉี่ยวได้แล้ว  ร้านที่ๆผมทำอยู่ก็มีคนมาส่ง home ซึ่งเค้าก็จบ doctor แล้วล่ะคับ ก็ยังมาทำงานแบบนี้อยู่

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตพวกเค้าใครจะไปรู้ ผมก็ไม่รู้ เป้นเพราะงานโอเคเงินโอเคมั้ง เพราะได้ค่าstand by $50 แถมยังได้ home ละ $3  วันๆนึง ร้านที่ผมทำก็เกือบๆ 30 home อะคับ ลองคิดดูละกัน

 

มีเรื่องที่ผมชอบมาก และสังเกตได้ไม่ยากกับการทักทายเสวนาไทยๆแต่ไม่ธรรมดา 

 

 คือ

 

สวัสดีคับ ทำงานร้านไหนคับ

ได้เท่าไหร่เหรอ ทำกี่วันคับ  ร้านอยู๋แถวไหนเหรอ

มีตำแหน่งว่างมั้ย  ถ้าว่างเรียกผมนะ 

 

เป็นไงมั่งคับ กับคำทักทายของคนที่นี่

จริงใจชิบหาย   

 

ผมขอจบตอนแรกไว้ไว้เท่านี้ก่อนนะครับ

รออ่านตอนใหม่เร็วๆนี้ครับ ^^

 

 

 

 

 

รวยไปเหอะเมิง ตายไปก็เอาไปไม่ได้